4 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ “พลาสติกปูพื้นคอนกรีต” ที่ทำให้พื้นบ้านพังเร็ว

พลาสติกปูพื้นคอนกรีต

เมื่อเราสร้างบ้านหรืออาคาร คนส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญกับกระเบื้องสวยๆ ไม้ปูพื้นราคาแพง หรือสีทาบ้านเกรดพรีเมียม แต่กลับมองข้าม “ฮีโร่ที่มองไม่เห็น” อย่าง พลาสติกปูพื้นคอนกรีต ไปอย่างน่าเสียดาย

หลายคนคิดว่าแผ่นพลาสติกบางๆ ที่ถูกเทปูนทับไปแล้วไม่มีความสำคัญอะไร แต่ในความเป็นจริง การละเลยหรือมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับวัสดุชิ้นนี้ คือสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาพื้นบวม สีลอก และเชื้อราในระยะยาว วันนี้เราจะพามาไขความจริงกับ 4 ความเชื่อผิดๆ ที่ช่างและเจ้าของบ้านต้องรู้ก่อนสายเกินแก้

1. เข้าใจผิดว่า: “พื้นคอนกรีตหนาและแข็งแรงพอแล้ว ไม่ต้องปูพลาสติกก็ได้”

นี่คือความเข้าใจผิดอันดับหนึ่งที่สร้างปัญหามากที่สุด หลายคนมองว่าคอนกรีตมีความหนาและแข็งแกร่ง น้ำจะซึมผ่านขึ้นมาได้อย่างไร?

ความจริงคือ: คอนกรีตมีธรรมชาติเป็นวัสดุที่มี “รูพรุน” (Porous) เปรียบเสมือนฟองน้ำก้อนแข็งที่มีท่อลำเลียงขนาดเล็กจำนวนมาก ความชื้นจากดินสามารถระเหยและซึมผ่านรูพรุนเหล่านี้ขึ้นมาสู่ผิวหน้าได้ตลอดเวลา (Capillary Action)

หากไม่มี พลาสติกปูพื้นคอนกรีต มาทำหน้าที่เป็นชั้นกันความชื้น (Moisture Barrier) ความชื้นที่ซึมขึ้นมาจะทำลายวัสดุปิดผิวของคุณ:

    • พื้นไม้ปาร์เกต์หรือลามิเนตจะบวมพอง
    • กระเบื้องยางจะหลุดร่อนเพราะกาวเสื่อมสภาพ
    • สีทาพื้นอีพ็อกซี่จะเกิดฟองอากาศและหลุดล่อน

การปูพลาสติกจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็น “สิ่งจำเป็น” เพื่อตัดขาดความชื้นจากดินไม่ให้ขึ้นมาทำลายบ้านคุณ

 

2. เข้าใจผิดว่า: “ใช้พลาสติกอะไรก็ได้… ขอแค่เป็นพลาสติก”

บ่อยครั้งที่เราเห็นการใช้พลาสติกใสบางๆ พลาสติกเก่า หรือถุงพลาสติกมาปูรองพื้นเพียงเพื่อให้มี “อะไรสักอย่าง” รองรับ

ความจริงคือ: งานพื้นคอนกรีตต้องการพลาสติกที่มีเกรดทางวิศวกรรมเฉพาะ นั่นคือพลาสติกเนื้อ LDPE หรือ HDPE ที่มีความเหนียวและยืดหยุ่นสูง เพราะหน้างานก่อสร้างเต็มไปด้วยเหล็กเส้น รองเท้าบูทคนงาน และหินคม หากใช้พลาสติกเกรดต่ำที่บางเกินไป จะเกิดการฉีกขาดทันทีตั้งแต่ยังไม่ทันเทปูน

คำแนะนำ: ควรเลือกใช้ พลาสติกปูพื้นคอนกรีต ที่มีความหนาเหมาะสม (แนะนำที่ 150-250 ไมครอน หรือ 0.15-0.25 มม.) เพื่อให้มั่นใจว่าจะทนทานต่อแรงกระแทก ไม่ฉีกขาดง่าย และทำหน้าที่กันชื้นได้จริง 100%

 

3. เข้าใจผิดว่า: “พลาสติกมีหน้าที่แค่กันน้ำจากใต้ดินอย่างเดียว”

คนส่วนใหญ่คิดว่าเราปูพลาสติกเพื่อกันน้ำ “เข้า” เท่านั้น แต่จริงๆ แล้วมันมีหน้าที่กันน้ำ “ออก” ด้วย

ความจริงคือ: พลาสติกปูพื้นคอนกรีต มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการ “บ่มคอนกรีต” (Curing) เมื่อเราเทคอนกรีตสดลงไป ปฏิกิริยาเคมีที่ทำให้คอนกรีตแข็งตัว (Hydration) ต้องการน้ำ หากพื้นดินด้านล่างแห้งและดูดน้ำจากคอนกรีตไปเร็วเกินไป จะทำให้คอนกรีตแห้งไวผิดปกติ

ผลที่ตามมาคือ การแตกร้าว (Cracking) และคอนกรีตจะมีความแข็งแรงต่ำกว่ามาตรฐาน การมีพลาสติกรองพื้นจะช่วยกักเก็บน้ำในคอนกรีตให้ระเหยช้าลง ช่วยให้ปูนเซตตัวได้อย่างสมบูรณ์ ลดรอยร้าว และทำให้พื้นแข็งแกร่งขึ้น

 

4. เข้าใจผิดว่า: “การติดตั้งไม่สำคัญ แค่โยนๆ ลงไปให้ทั่วก็พอ”

การมีของดีแต่ใช้ไม่เป็น ก็เท่ากับไร้ค่า ผู้รับเหมาบางรายปูพลาสติกแบบขอไปที วางชนกันเฉยๆ หรือปล่อยให้มีรูรั่ว

ความจริงคือ: หัวใจสำคัญของระบบกันชื้นคือ “ความต่อเนื่อง” (Continuity) รอยต่อระหว่างแผ่นพลาสติกคือจุดอ่อนที่สุด หากปูชนกันเฉยๆ ความชื้นก็จะแทรกซึมขึ้นมาตามรอยต่อนั้นได้ง่ายดาย

วิธีที่ถูกต้อง:

    1. ต้องปู ซ้อนทับกัน (Overlap) อย่างน้อย 10-15 เซนติเมตร
    2. ต้อง ซีลรอยต่อ ด้วยเทปกาวให้สนิท
    3. หากมีการฉีกขาด ต้องซ่อมแซมทันทีก่อนเทคอนกรีต

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ “พลาสติกปูพื้นคอนกรีต”

Q1: ใช้พลาสติกทั่วไปหรือผ้าใบสีฟ้าแทนพลาสติกปูพื้นคอนกรีตเกรด PE ได้หรือไม่?

A: ไม่แนะนำค่ะ แม้ภายนอกจะดูคล้ายกัน แต่พลาสติกทั่วไปหรือผ้าใบอาจมีรูพรุนขนาดเล็ก มีความหนาไม่สม่ำเสมอ หรือฉีกขาดได้ง่ายเมื่อโดนเหล็กเส้นและหินคมๆ ในไซต์งานขูดขีด การใช้ พลาสติกปูพื้นคอนกรีตเกรด PE ที่มีความหนาได้มาตรฐาน (150-250 ไมครอน) จะให้ความเหนียว ทนทาน และมั่นใจได้ว่ากันความชื้นได้ 100% ตลอดอายุการใช้งานค่ะ

Q2: ถ้าเทปูนไปแล้วเพิ่งนึกได้ว่าลืมปูพลาสติก จะมีผลเสียอะไรบ้าง?

A: ผลเสียหลักคือ ความชื้นสะสม ค่ะ หากในอนาคตคุณต้องการปูพื้นไม้ปาร์เกต์ ไม้ลามิเนต หรือกระเบื้องยาง ความชื้นจากดินที่ระเหยขึ้นมาจะทำให้กาวเสื่อมสภาพ พื้นบวม หรือเกิดเชื้อราได้ง่าย (ตามที่อธิบายในข้อเข้าใจผิดที่ 1) หากเทปูนไปแล้ว วิธีแก้ไขอาจต้องใช้ “น้ำยากันชื้น” ทาเคลือบผิวปูนก่อนปูพื้นทับ ซึ่งมักจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าราคาพลาสติกปูพื้นหลายเท่าค่ะ

Q3: การปูพลาสติกต้องทากาวติดกับพื้นดินหรือไม่?

A: ไม่จำเป็นต้องทากาวกับพื้นดินค่ะ พลาสติกจะถูกน้ำหนักของคอนกรีตกดทับเองตามธรรมชาติ สิ่งที่สำคัญกว่าการติดพื้นคือ “การจัดการรอยต่อ” (ตามข้อเข้าใจผิดที่ 4) โดยต้องวางแผ่นพลาสติกให้ซ้อนทับกัน (Overlap) อย่างน้อย 10-15 ซม. และใช้เทปกาวปิดรอยต่อระหว่างแผ่นให้สนิท เพื่อสร้างเกราะป้องกันความชื้นที่เป็นผืนเดียวกันทั้งอาคารค่ะ

 

สรุป: ลงทุนหลักร้อย ป้องกันปัญหาหลักแสน

การเลือกใช้และติดตั้ง พลาสติกปูพื้นก่อนเทคอนกรีต อย่างถูกต้อง อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อยและเป็นต้นทุนส่วนเพิ่ม แต่เมื่อเทียบกับความเสียหายของพื้นไม้ราคาแพง หรือค่าใช้จ่ายในการรื้อพื้นทำใหม่ในอนาคตแล้ว นี่คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด

หากกำลังมองหาพลาสติกปูพื้นเกรดก่อสร้าง ที่ได้มาตรฐานทั้งความหนาและความทนทาน ขอแนะนำ พลาสติกปูพื้นก่อนเทคอนกรีต SAFARI (ซาฟารี) ติดต่อทีมงานโดยตรงได้เลย 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *