พลาสติกโรงเรือนมีขนาดอะไรบ้าง
ความกว้าง : 3 – 4 เมตร
ความยาว : 50 – 100 เมตร / ม้วน
ความหนา : 0.10 – 0.25 มิลลิเมตร (100 – 250 ไมครอน)
สี : สีขาวขุ่น
ความหนา
ความกว้าง
ความยาว
0.10 มิลลิเมตร
3 – 4 เมตร
50เมตร,100เมตร
0.15 มิลลิเมตร
3 – 4 เมตร
40หลา, 50เมตร
0.20 มิลลิเมตร
3.6, 4, 5, 6 เมตร
50เมตร,100เมตร
0.15 มิลลิเมตร
3 – 4 เมตร
50เมตร,100เมตร
* 40 หลา = 36 เมตร
สิ่งที่ต้องรู้ก่อนซื้อพลาสติกโรงเรือน
พลาสติกโรงเรือนเป็นวัสดุสำคัญที่ช่วยควบคุมสภาพแวดล้อมในโรงเรือนให้เหมาะสมสำหรับการเพาะปลูก แต่ก่อนจะตัดสินใจซื้อ ควรพิจารณาเรื่องต่อไปนี้เพื่อให้ได้วัสดุที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการใช้งาน ซึ่งได้แก่
1. ชนิดของพลาสติก
พลาสติกโรงเรือนมีหลายชนิด เช่น
- PE (Polyethylene): เป็นชนิดที่ได้รับความนิยมเพราะราคาประหยัด ยืดหยุ่น และทนต่อแสงแดดในระดับหนึ่ง
- PVC (Polyvinyl Chloride): มีความทนทานต่อสภาพอากาศได้ดี ไม่ฉีกขาดง่าย แต่ราคาสูงกว่า PE
- EVA (Ethylene Vinyl Acetate): มีความยืดหยุ่นสูง ทนต่อแสง UV และรักษาความร้อนภายในโรงเรือนได้ดี เหมาะสำหรับการปลูกพืชที่ต้องการอุณหภูมิสูง
2. ความหนา
พลาสติกโรงเรือนมีความหนาหลายระดับ (เช่น 100, 150, 200 ไมครอน) ควรเลือกความหนาที่เหมาะสมกับการใช้งาน
- 100-150 ไมครอน: เหมาะกับการใช้งานระยะสั้น
- 200 ไมครอนขึ้นไป: เหมาะสำหรับการใช้งานระยะยาวหรือในพื้นที่ที่มีสภาพอากาศรุนแรง
3. คุณสมบัติพิเศษ
ตรวจสอบคุณสมบัติพิเศษ เช่น
- การป้องกันรังสี UV: ยิ่งมีการใส่สารป้องกันรังสีUV มาก ก็จะช่วยให้พลาสติกทนแดดได้ดี ส่งผลให้มีอายุการใช้งานนานขึ้น
- กระจายแสง (Diffusion): ช่วยให้แสงกระจายตัวทั่วทั้งโรงเรือน ลดจุดร้อนและเพิ่มประสิทธิภาพในการปลูกพืช
- ลดหยดน้ำ (Anti-drip): ป้องกันการเกิดหยดน้ำบนพลาสติกที่อาจส่งผลต่อพืช
4. ขนาดและการติดตั้ง
- วัดขนาดของโรงเรือนและเลือกพลาสติกที่มีความกว้างและยาวเหมาะสม ควรเผื่อพื้นที่สำหรับการยืดตัวของพลาสติกเมื่อติดตั้ง
5. อายุการใช้งาน
- พิจารณาอายุการใช้งานของพลาสติกตามคำแนะนำของผู้ผลิต (มักอยู่ระหว่าง 2-5 ปี) หากใช้งานในพื้นที่ที่มีแสงแดดจัดหรือลมแรง อาจต้องเลือกพลาสติกที่มีคุณภาพสูงกว่า
6. ราคาและงบประมาณ
- เลือกพลาสติกที่เหมาะสมกับงบประมาณ โดยคำนึงถึงคุณภาพและอายุการใช้งานในระยะยาว
7. แหล่งจัดจำหน่าย
- ควรเลือกซื้อจากร้านค้าที่น่าเชื่อถือ มีการรับประกันคุณภาพสินค้า และสามารถให้คำแนะนำที่เหมาะสมเกี่ยวกับการใช้งาน
การเลือกพลาสติกโรงเรือนที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเพาะปลูกและลดต้นทุนในระยะยาว อย่าลืมพิจารณาคุณสมบัติและความต้องการของโรงเรือนให้ละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อ
การสร้างโรงเรือนพลาสติก
การติดตั้งพลาสติกโรงเรือนเป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องทำอย่างถูกต้อง เพื่อให้พลาสติกยึดติดแน่น ทนทานต่อสภาพอากาศ และช่วยรักษาสภาพแวดล้อมในโรงเรือนให้เหมาะสมที่สุดสำหรับการเพาะปลูก ต่อไปนี้คือขั้นตอนและคำแนะนำที่ควรปฏิบัติ:
1. เตรียมโครงสร้างโรงเรือน
- ตรวจสอบโครงสร้าง : ตรวจสอบว่าโครงสร้างโรงเรือน (เช่น ท่อเหล็กหรือโครงไม้) อยู่ในสภาพแข็งแรง ไม่มีส่วนแหลมคมหรือขอบที่อาจทำให้พลาสติกฉีกขาด
- ทำความสะอาด : ทำความสะอาดโครงสร้างเพื่อกำจัดฝุ่น สนิม หรือสิ่งสกปรกที่อาจส่งผลต่อการติดตั้ง
- ตรวจสอบความสมดุล: เช็กว่าโครงสร้างตั้งอยู่ในตำแหน่งที่มั่นคงและระดับพื้นเรียบเสมอกัน
2. เลือกพลาสติกให้เหมาะสม
- ความกว้างและความยาว : วัดขนาดโรงเรือนและเลือกพลาสติกที่ใหญ่กว่าขนาดโรงเรือนเล็กน้อย เพื่อเผื่อพื้นที่สำหรับการยึดและคลุมโครงสร้าง
- คุณสมบัติ : ใช้พลาสติกที่มีความหนาและป้องกัน UV เพื่อยืดอายุการใช้งาน
3. เริ่มติดตั้งพลาสติก
- ยืดพลาสติกให้เรียบ : คลี่พลาสติกออกให้เรียบ หลีกเลี่ยงการพับหรือย่น เพราะจะทำให้เกิดจุดอ่อนที่ฉีกขาดได้ง่าย
- ยึดพลาสติกจากด้านหนึ่ง : เริ่มจากการยึดพลาสติกด้านหนึ่งก่อน ใช้คลิปหนีบหรือเชือกสำหรับยึดพลาสติกให้ติดแน่นกับโครง
- ขึงพลาสติกอีกด้าน : ดึงพลาสติกจากด้านตรงข้ามให้ตึงพอดี (ไม่ควรดึงแน่นจนเกินไป เพราะอาจทำให้พลาสติกฉีกขาดเมื่อมีการยืดตัวจากความร้อน)
- ยึดด้านข้าง : ติดตั้งพลาสติกที่ด้านข้างให้แน่น โดยใช้วัสดุยึด เช่น เชือก ฟ้าใบ หรือท่อ PVC เพื่อเพิ่มความมั่นคง
4. วิธีการยึดพลาสติก
- เชือกหรือสายรัด : ใช้เชือกผูกพลาสติกให้ติดกับโครง โดยรัดให้แน่นแต่ไม่ทำให้พลาสติกเสียหาย
- คลิปหนีบพลาสติก : ใช้คลิปหนีบเฉพาะสำหรับโรงเรือน (พลาสติกคลิปล็อก) เพื่อความสะดวกและมั่นคง
- ตอกหรือยึดพลาสติกกับไม้ : หากโครงสร้างเป็นไม้ ให้ใช้ลวดหรือตะปูยึดพลาสติกติดกับไม้
5. ตรวจสอบหลังการติดตั้ง
- เช็กความตึงของพลาสติก : พลาสติกควรตึงพอดี ไม่มีส่วนที่หย่อนหรือขาดง่าย
- ตรวจสอบรอยรั่ว : ตรวจสอบว่าพลาสติกคลุมทั่วโรงเรือนและไม่มีรอยรั่วที่แสงหรือลมจะเข้าไปได้
- ติดตั้งเสริม : หากเป็นพื้นที่ที่ลมแรง ควรติดตั้งเชือกหรือฟ้าใบเสริมเพื่อเพิ่มความแข็งแรง
6. การดูแลหลังติดตั้ง
- ตรวจสอบเป็นประจำ : ตรวจเช็กความแข็งแรงของพลาสติกและโครงสร้างอย่างสม่ำเสมอ
- ซ่อมแซมทันที : หากพบรอยฉีกขาด ควรซ่อมแซมด้วยเทปกันน้ำหรือวัสดุเฉพาะทันที
- ทำความสะอาด : ล้างพลาสติกเมื่อมีฝุ่นหรือสิ่งสกปรกสะสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายแสง
การติดตั้งพลาสติกโรงเรือนที่ถูกต้องจะช่วยเพิ่มความทนทานและประสิทธิภาพในการใช้งาน หากคุณต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกวัสดุยึดหรือติดตั้งในพื้นที่เฉพาะ เช่น พื้นที่ลมแรงหรือลักษณะโครงสร้างพิเศษ
ประโยชน์ของพลาสติกโรงเรือน
พลาสติกโรงเรือนเป็นวัสดุที่มีบทบาทสำคัญในภาคเกษตรกรรมและการเพาะปลูกสมัยใหม่ ช่วยให้การปลูกพืชมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยข้อดีที่หลากหลายดังต่อไปนี้ :
- ควบคุมสภาพแวดล้อมในโรงเรือน
พลาสติกโรงเรือนช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของพืช โดยควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และการไหลของอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้พืชเติบโตได้ดีแม้อยู่ในสภาพอากาศที่ไม่เหมาะสม - ป้องกันแสงแดดและรังสี UV
พลาสติกโรงเรือนชนิดที่ป้องกันรังสี UV ช่วยลดความร้อนและแสงแดดที่อาจรุนแรงเกินไปต่อพืช นอกจากนี้ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของพลาสติกและลดความเสียหายที่อาจเกิดกับพืช - ป้องกันแมลงและศัตรูพืช
การใช้พลาสติกโรงเรือนช่วยลดการเข้าถึงของแมลงและศัตรูพืช ลดความจำเป็นในการใช้สารเคมี ทำให้ได้ผลผลิตที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม - เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ
พลาสติกช่วยลดการระเหยของน้ำในโรงเรือน ทำให้การใช้น้ำมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยลดต้นทุนการให้น้ำและเหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีทรัพยากรน้ำจำกัด - ปลูกพืชได้ตลอดทั้งปี
ด้วยการควบคุมสภาพแวดล้อม พืชสามารถเจริญเติบโตได้ตลอดทั้งปี แม้ในฤดูกาลที่สภาพอากาศภายนอกไม่เอื้ออำนวย เช่น ฤดูฝนหรือฤดูหนาว - เพิ่มผลผลิตและคุณภาพของพืช
การปลูกในโรงเรือนช่วยลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เช่น ลมแรง ฝนตกหนัก หรืออุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงกะทันหัน ส่งผลให้พืชมีคุณภาพและปริมาณผลผลิตที่ดีกว่า - ประหยัดต้นทุนในระยะยาว
แม้พลาสติกโรงเรือนจะมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้น แต่ด้วยความสามารถในการยืดอายุการใช้งาน การลดการใช้สารเคมี และการเพิ่มผลผลิต ทำให้ช่วยลดต้นทุนในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ - ลดการเกิดวัชพืช
พลาสติกโรงเรือนช่วยลดการแพร่กระจายของวัชพืชที่มักเกิดจากลม ฝน หรือเมล็ดพืชที่ปลิวเข้ามา - ใช้งานได้หลากหลาย
พลาสติกโรงเรือนเหมาะสำหรับการปลูกพืชหลากหลายชนิด เช่น ผัก ผลไม้ ดอกไม้ และสมุนไพร รวมถึงการเพาะพันธุ์พืชและการทดลองปลูกพืชใหม่
การใช้พลาสติกโรงเรือนไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการปลูกพืช แต่ยังลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก ช่วยประหยัดทรัพยากรและลดต้นทุนในระยะยาว ทำให้เป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับเกษตรกรยุคใหม่ที่ต้องการเพิ่มผลผลิตและคุณภาพอย่างยั่งยืน
- ขอใบเสนอราคา
- ส่วนลดร้านค้า
- สอบถามรายละเอียดสินค้า
- สั่งผลิต
- ติดตามสินค้า
ราคาพลาสติกโรงเรือน
* ราคาสินค้าอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาติดต่อสอบถามราคาก่อนสั่งซื้อสินค้าทุกครั้ง
กรณีลูกค้าซื้อจำนวนมาก ติดต่อสอบถามส่วนลดก่อนสั่งซื้อนะคะ
- พลาสติกโรงเรือน0.10มิลลิเมตร x 3เมตร x 100เมตร
ราคา
3,200 บาทต่อม้วน
- พลาสติกโรงเรือน0.15มิลลิเมตร x 3เมตร x 100เมตร
ราคา
4,800 บาทต่อม้วน
- พลาสติกโรงเรือน0.20มิลลิเมตร x 3เมตร x 100เมตร
ราคา
6,400 บาทต่อม้วน
- พลาสติกโรงเรือน0.25มิลลิเมตร x 3เมตร x 100เมตร
ราคา
8,000 บาทต่อม้วน
- พลาสติกโรงเรือน0.10มิลลิเมตร x 4เมตร x 100เมตร
ราคา
4,267 บาทต่อม้วน
- พลาสติกโรงเรือน0.15มิลลิเมตร x 4เมตร x 100เมตร
ราคา
6,400 บาทต่อม้วน
- พลาสติกโรงเรือน0.20มิลลิเมตร x 4เมตร x 100เมตร
ราคา
8,533 บาทต่อม้วน
- พลาสติกโรงเรือน0.25มิลลิเมตร x 4เมตร x 100เมตร
ราคา
10,667 บาทต่อม้วน